คำกล่าวของ

รองนายกรัฐมนตรี (นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ)

ประธานคณะกรรมการจัดงานครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์พิบัติภัยสึนามิ

ในพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานเหตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นสึนามิ

ณ หาดเล็ก อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ จังหวัดพังงา

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม 2548 เวลา 16.40.

 

-----------------

 

กราบเรียน   ท่านประธานพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานเหตุการณ์ภัยพิบัติจาก

                 คลื่นสึนามิ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

 

กระผม นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการ      จัดงานครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ ขอขอบพระคุณ ฯพณฯ  นายกรัฐมนตรี เป็นอย่างสูง      ที่ได้กรุณาเดินทางมาเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานเหตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นสึนามิในวันนี้กระผมใคร่ขอรายงานให้ทราบถึงความก้าวหน้าของการดำเนินงานโครงการจัดสร้างอนุสรณ์สถานเหตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นสึนามิแห่งชาติ ดังนี้ หลังจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ วันที่ 26 ธันวาคม 2547 รัฐบาลได้เร่งรัดให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟู  โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ตลอดจนให้การเยียวยาทางจิตใจ อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้พี่น้องประชาชนและญาติผู้ประสบภัยสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างปกติสุข   โดยได้รับความร่วมมือ  ร่วมใจ จากทุกฝ่าย  โดยเฉพาะน้ำใจอันโอบอ้อมอารีของพี่น้องประชาชนชาวไทย   และชาวต่างประเทศ  จึงทำให้เหตุการณ์นี้คลี่คลายกลับสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว  จนทำให้ประเทศไทยได้รับคำชมเชยเป็นอย่างดียิ่งจากนานาประเทศ  เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว  รัฐบาลได้มีดำริให้จัดสร้างอนุสรณ์สถานเหตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นสึนามิ ซึ่งเป็นภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ เพื่อเป็นสถานที่บันทึกประวัติศาสตร์และแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการ   สำหรับเด็กเยาวชนและประชาชนทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ  และให้อนุสรณ์สถานแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของความห่วงใย ความมีน้ำใจของมวลมนุษยชาติ ที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามที่เพื่อนมนุษย์ประสบภัย และได้รับความลำบาก เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย   รัฐบาลได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการโครงการจัดสร้างอนุสรณ์สถานเหตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นสึนามิแห่งชาติขึ้น 

เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน   โดยคณะอนุกรรมการฯ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องได้ร่วม       แรงร่วมใจกันหาแนวทางที่เหมาะสมที่จะสร้างอนุสรณ์สถานฯ ให้เป็นไปตามความต้องการของทุกฝ่ายและได้ดำเนินการด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของนานาประเทศเป็นสำคัญ  ดังนั้นเมื่อดำเนินการมาถึงขั้นตอนการออกแบบแนวความคิดของรูปแบบอนุสรณ์สถาน ที่จะจัดสร้างขึ้น  คณะอนุกรรมการฯ จึงมีความเห็นร่วมกันว่า  ควรเปิดให้มีการประกวดแบบแนวความคิดให้กว้างขวางไปในระดับนานาชาติ โดยได้พยายามประชาสัมพันธ์ข่าวสารนี้ไปทั่วโลก เพื่อเชิญชวนให้      ผู้สนใจเข้ามาร่วมประกวดครั้งนี้   จนมีผู้ส่งแบบเข้ามาร่วมประกวดมากถึง 679 ราย จาก 49 ประเทศทั่วโลก บัดนี้ คณะกรรมการตัดสิน ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในระดับนานาชาติได้ดำเนินการตัดสินแบบแนวความคิดให้เหลือเพียง 5 แบบ จาก 679 แบบ            ได้แก่แบบจาก 5 ประเทศ  อันได้แก่  สาธารณรัฐประชาชนจีน  สเปน   ออสเตรเลีย  ฟินแลนด์  และ สหรัฐอเมริกา   โดยขั้นตอนต่อไปคณะกรรมการจะทำการคัดเลือกให้เหลือเพียง 1 แบบ  เพื่อนำมาพัฒนาให้เป็นแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม  ประกอบใช้ในการก่อสร้างให้เป็นอนุสรณ์   สถานเหตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นสึนามิต่อไป        โดยคาดว่าจะประกาศผู้ชนะเลิศแบบประมาณวันที่ 15 พฤษภาคม 2549    

วันนี้เป็นวันครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ   คณะจัดงานฯ พร้อมทั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการโครงการจัดสร้างอนุสรณ์สถานเหตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นสึนามิ    ได้พิจารณาแล้ว  เห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะทำพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานฯ เพื่อก่อสร้างอนุสรณ์สถานเหตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นสึนามิต่อไป  โอกาสนี้ ได้เวลาอันเป็นมงคลฤกษ์ กระผมขอกราบเรียนเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสุนทรพจน์และเป็นประธานในการประกอบในพิธีวาง       ศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานเหตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นสึนามิต่อไป

 

***************************************