ฉบับที่ 2570 ปีที่ 50 ประจำวันอังคารที่ 20 มกราคม 2004  

สัมภาษณ์
โดย  อธิรักษ์

“สุมาลี”...นักเขียนและนักแปล (แฮร์รี่ พอตเตอร์) ผู้เป็น “ครู” ในต่างแดน

 

            เชื่อว่านักอ่านวรรณกรรมเยาวชนไทยหลายคนคงยังจำกันได้ถึงความสนุก ตื่นเต้น จากหนังสือ Harry Potter ภาค ๑, ๒ และเล่มล่าสุด ผ่านสำนวนการแปลที่เข้าใจง่ายและมีสีสัน และเชื่ออีกเช่นกันว่า แฟนๆสกุลไทยยังคงซาบซึ้งไปกับความรักของหนุ่มสาวในฉากต่างแดนอันแสนสุขในนวนิยาย “ลวงรัก” ต่อยอดมาถึง “ลมปราณกับความรัก” ที่นำเสนอภาพความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัวของสังคมไทย แม้เนื้อหาและประเภทจะแตกต่างกัน แต่เรื่องทั้งหมดนี้กลับมีสิ่งหนึ่งเหมือนกันนั่นคือ เป็นผลงานในนามปากกา “สุมาลี” ซึ่งปัจจุบันมีนิวาสสถานอยู่ที่เมืองเดอรัม ประเทศอังกฤษ

“สุมาลี” ผู้เขียนเรื่อง “ลวงรัก” และ “ลมปราณกับความรัก” ในสกุลไทย และผู้แปลวรรณกรรมดังของโลก “แฮร์รี่ พอตเตอร์”

            ในโอกาสที่กลับมาเยี่ยมเยือนเมืองไทยเมื่อเร็วๆนี้ เราจึงได้นัดพบกับ สุมาลี บำรุงสุข สุภาพสตรีเจ้าของนามปากกาเดียวกันกับชื่อจริง เพื่อพูดคุยและบอกเล่าถึงการเติบโตของ “ดอกไม้งาม” ดอกหนึ่งของต้นไม้วรรณกรรม...

            ถ้าจะกล่าวว่า ครอบครัวคือจุดเริ่มต้นของ “สุมาลี” คงไม่ผิดไปจากความจริงนัก เพราะถ้าไม่มีคุณพ่อหรือคุณแม่เป็นผู้แนะนำเพื่อนสนิทอย่างหนังสือให้เธอรู้จักตั้งแต่เด็ก ก็คงไม่มี “สุมาลี” ในวันนี้

            “คุณแม่จะซื้อหนังสือเด็กให้อ่านเยอะมากตั้งแต่เล็กๆเลยค่ะ ทั้งชัยพฤกษ์ หนูน้อยกลอยใจ และวีรธรรม บางครั้งก็อ่านหนังสือให้เราฟังด้วย พอเราอ่านมาก ฟังมากเข้าก็เริ่มรักการอ่านและอยากเขียนเองบ้าง จำได้ว่า คุณพ่อเคยจัดให้ลูกๆเขียนนิทานประกวดกันด้วยค่ะ”

            แววนักเขียนเริ่มฉายแสงเมื่อเธออายุ ๑๕ ปี ได้เขียนเรื่องส่งไปยังนิตยสารสตรีสาร ภาคพิเศษ ซึ่งขณะนั้นมี อาจารย์ คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง เป็นบรรณาธิการ และ สุภา สิริสิงห หรือ โบตั๋น เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการ

            “ตอนนั้นภาคพิเศษมีการประกวดการเขียนแต่งเรื่องจากภาพสำหรับเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ตอนนั้นอายุ ๑๕ ปีพอดี แต่ว่าอยากเขียนมาก เลยขอบคุณสุภาค่ะ เพราะเกินมาแค่ไม่กี่วันเอง (หัวเราะ) ปรากฏว่า ไม่ได้เนื่องจากเป็นกฎ  แต่คุณสุภาบอกว่า ถ้าอยากเขียนก็ให้แต่งเป็นเรื่องสั้นส่งมาให้พิจารณา จากนั้นก็ได้ลงเรื่อยมาค่ะ”

            เรื่องสั้นเรื่องนั้นชื่อว่า มะเหมี่ยวกับเพื่อน เป็นเรื่องสั้นชุดเกี่ยวกับชีวิตเด็กวัยเรียนชั้นประถม จบในตอน เปิดฉากแรกด้วยเรื่อง เมื่อแม่น้ำและลูกน้ำถูกตี ใช้นามปากกาว่า “สุมาลี” ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายน้ำหมึกของเธออย่างจริงจังก็ว่าได้ โดยมีต้นแบบการทำงานจากบรรณาธิการนั่นเอง

            “อาจารย์นิลวรรณไม่ได้แนะนำการเขียนกับเราตรงๆ แต่จะบอกคุณสุภาว่าให้เอาต้นฉบับของดิฉันที่แก้ไขแล้วมาให้ดูและคุยกันว่า แก้ตรงไหนบ้าง อย่างไร ควรเว้นวรรคตรงไหน จะย่อหน้าหรือเปลี่ยนรูปประโยคอย่างไร คืออาจารย์จะให้เราดูจากตัวอย่างที่แก้ไข จะไม่สอนแบบจ้ำจี้ตัวต่อตัว ตรงจุดนี้ละค่ะที่ทำให้เราได้เรียนรู้การเขียนงานให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป บางครั้งเวลาไปหาอาจารย์ ก็จะแนะนำหนังสือเด็กดีๆ น่าสนใจจากต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้จากการอ่านหนังสือเพิ่มเติมขึ้น”

            เขียนให้สตรีสารและมีผลงานรวมเล่มออกมาบาง จนกระทั่งได้เข้าเรียนในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาประวัติศาสตร์ จึงหยุดเขียนไป แล้วกลับมาเขียนใหม่เมื่อจบการศึกษา จากนั้น สอบเข้าศึกษาต่อปริญญาโทสาขาเดียวกัน และเนื่องจากต้องเขียนแต่ตำราวิชาการหรือวิทยานิพนธ์ ซึ่งภาษาจะแข็งมาก ทำให้เธอไม่สามารถเขียนเรื่องเด็กได้เป็นประจำเหมือนช่วงแรกๆ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งหายไปไหนเสียทีเดียว เพราะช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง เธอได้มีโอกาสไปช่วยทำหนังสือเด็กเล็กชื่อ สวิตา ทว่า ทำอยู่ประมาณ ๒ ปี ก็ต้องลาออกเพราะกำหนดเวลาส่งวิทยานิพนธ์เริ่มงวดขึ้นทุกที และเมื่อจบได้เข้าทำงานที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ก่อนจะไปศึกษาต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยฮาวาย ด้านประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนกลับมาทำงานที่ มสธ. อีก ๕ ปี และติดตามสามีไปประเทศอังกฤษในเวลาต่อมา ชื่อของ “สุมาลี” ดูเหมือนจะเงียบหายไปจากแวดวงวรรณกรรมในช่วงเวลาหนึ่ง

            “ช่วงนั้นจะอ่านแต่หนังสือเด็กหรือนิยายค่ะ ทั้งของ Anne Fine ซึ่งสามารถอธิบายสังคมที่ลึกซึ้งให้เด็กอ่านง่ายและผู้ใหญ่ก็เข้าใจ หรือ Jacqueline Wilson ที่เขียนเรื่องสนุกๆแต่แฝงคติเยอะ มีความสุขมากค่ะ แล้วพอดีทางมหาวิทยาลัยเดอรัมที่สามีดิฉันทำงานอยู่ กำลังรับสมัครอาจารย์สอนในหลักสูตร International Studies คณะรัฐศาสตร์ เราก็ชอบการสอนและมีความรู้พอสมควร เลยขอไปเป็นอาจารย์พิเศษของปริญญาโท สาขาลัทธิชาตินิยมและโลกาภิวัตน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนนั้นยอมรับว่าคิดเรื่องเขียนไม่ออกเลย ที่สำคัญคือ เราไม่มีสมาธิเขียนงานได้จริงๆ เพราะว่าเราจะเขียนหรือคิดงานได้ไม่ใช่แค่ชั่วโมงเดียว ต้องอย่างน้อยเป็นวัน แล้วภาษามันจะต่อเนื่อง ถ้าหยุดเป็นช่วงๆทำไม่ได้แน่นอนค่ะ” คำกล่าวยืนยันก่อนที่เธอจะเล่าให้เราฟังถึงบทบาทหน้าที่การสอนในต่างแดนว่า

“อาจารย์นิลวรรณไม่ได้แนะนำการเขียนกับเราตรงๆ...คืออาจารย์จะให้เราดูจากตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว จะไม่สอนแบบจ้ำจี้ตัวต่อตัว ตรงจุดนี้ละค่ะที่ทำให้เราได้เรียนรู้การเขียนงานให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป บางครั้งเวลาไปหาอาจารย์ ก็จะแนะนำหนังสือเด็กดีๆน่าสนใจจากต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้จากการอ่านหนังสือเพิ่มเติมขึ้น”

            “ดิฉันจะเน้นการเรียนการสอนอยู่ ๕ ประเทศ คือ ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ เพราะเรามีข้อมูลเยอะ โดยเฉพาะประเทศไทย นักเรียนจะรู้ว่าครูเชี่ยวชาญดีที่สุด ก็จะให้ความสนใจกันมากด้วยความที่เป็นวิชาสัมมนา ถึงแม้อาทิตย์นึงจะสอนแค่ ๒ ชั่วโมง แต่ก็ต้องเตรียมการสอนเยอะค่ะ ประมาณ ๔ ชั่วโมง แล้วเราก็ต้องอ่านหนังสือ ค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา สอนไปก็ต้องปรับรายชื่อหนังสือหรือบทความใหม่ๆ เพื่อให้นักศึกษาได้อ่านและมานั่งคุยกันในชั้นเรียน...นักเรียนจะมีทั้งคนอังกฤษ ฝั่งยุโรป และไทยบ้าง เมื่อไม่กี่ปีก็มีนักเรียนไทยจากคณะเศรษฐศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯมาเรียนกับดิฉันค่ะ พวกนี้เขาจะได้เปรียบนักเรียนคนอื่นตรงที่มีความรู้เรื่องภูมิภาคบ้านเราดีกว่า บางครั้งก็เป็นตัวช่วยในการสัมมนา แต่เวลาสอนก็จะใช้ภาษาอังกฤษตลอด เพราะเด็กคนอื่นจะไม่รู้เรื่อง นักเรียนที่นั่นส่วนใหญ่จะมีความรับผิดชอบอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยหนักใจมากนะคะ อาจจะมีปัญหาการเรียนการสอนบ้างคล้ายกับบ้านเรา คือ จะมีเสียงบ่นว่างานหนักหรือเรียนหลายวิชา เวลาเราให้รายชื่อหนังสือไปอ่าน เขาก็จะมาต่อรองให้เหลือน้อยๆหรือเด็กไม่ค่อยพูด ดิฉันก็ต้องคอยกระตุ้นถามให้เขาตอบ จี้ให้เขาพูด แล้วก็พยายามเสริมแนะหนังสือหรือบทความดีๆให้เขาอ่าน”

            ช่วงว่างจากการสอน เธอทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน และหันมาจับปากกาอีกครั้งในฐานะผู้แปลวรรณกรรมเยาวชนยอดนิยมอย่าง “Harry Potter” ภาค ๑ และภาค ๒ เว้น ช่วงจากภาค ๓ และภาค ๔ นั่นเอง “ลวงรัก” นวนิยายเรื่องแรกของเธอจึงถือกำเนิดขึ้น

            “แรงบันดาลใจให้เขียนคือ ไปพักหน้าร้อนที่บ้านของคุณพ่อคุณแม่สามี อ่านหนังสือไปก็คิดโครงเรื่องไปด้วย ในเมื่อเรามีฉากทะเลสาบแสนสวยในชนบทเล็กๆของอเมริกา ซึ่งคนแถวนั้นจะเรียกว่า บริเวณตะวันตกกลาง แล้วส่วนใหญ่จะเพาะปลูก ทำฟาร์ม ผู้คนก็มาจากสแกนดิเนเวีย ตัวใหญ่ อารมณ์ดี สุภาพ น่ารักมาก เราก็เลยมาคิดว่า เอ๊ะ ถ้ามีผู้หญิงไทยคนหนึ่งมาอยู่ที่นี่ แล้วมาเจอเรื่องอะไรต่างๆ ก็เลยแต่งตามจินตนาการไป เป็นเรื่องรักโรแมนติค แต่พระเอกนางเอกนี้ไม่มีส่วนคล้ายในชีวิตจริงหรอกนะคะ (หัวเราะ) เขียนๆหยุดๆประมาณ ๑ ปี แล้วก็ส่งมาลงที่สกุลไทยโดยตรงเลยค่ะ เพราะคิดว่าผู้อ่านสกุลไทยน่าจะชอบเรื่องของเรา...รออยู่ประมาณ ๓-๔ เดือน ก็ได้ลงค่ะ ดีใจมาก เพราะตอนแรกก็กลัวว่า เราเขียนมาเป็นเรื่องยาวไปเลย คุณสุภัทรจะอ่านลำบากหรือเปล่า แล้วก็ไม่ได้เขียนเรื่องย่อไปให้ด้วย”

            ไม่นาน นวนิยายขนาดสั้น ๑๔ ตอนจบเรื่องนี้ก็ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากผู้อ่าน ขณะที่ตัวผู้เขียนเองก็ดีใจแกมคาดไม่ถึง เพราะไม่มั่นใจว่าผู้อ่านจะชอบเรื่องที่ใช้ฉากและผู้คนต่างแดนหรือไม่ หรือตัวละครมีการพัฒนาที่ดีพอหรือเปล่า และด้วยกระแสเสียงตอบรับที่ดีเกินคาดนี้ หนึ่งปีหลังจากเขียนเรื่องแรก และก่อนที่ Harry Potter ภาคล่าสุดจะออกมา “ลมปราณกับความรัก” นวนิยายลำดับที่ ๒ ที่ใช้เวลาเขียน ๕ เดือน ก็ได้มานอนรอในแฟ้มต้นฉบับของสกุลไทย

“หลักการแปลที่ดิฉันทำคือ อ่านให้จบรอบหนึ่งก่อนเพื่อให้รู้เรื่อง อ่านเอาความ แล้วมานั่งดูศัพท์แต่ละบทเลย เพื่อจะได้รู้ว่าต้องการแปลอะไร จดและหาศัพท์อย่างละเอียด แล้วนำไปเทียบความหมายกับต้นฉบับ แล้วจึงลงมือแปล”

            “ไม่ได้รู้สึกกดดันในการเขียนอะไรมากนะคะ พอดีตอนนั้นเรามีโครงเรื่องและเวลาเขียน พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เขียนเหมือนเดิม และไม่อยากให้ตัวละครซ้ำเหมือนลวงรักที่นางเอกเป็นสาววัยรุ่น เพิ่งเรียนจบเดี๋ยวคนอ่านจะเบื่อ ตัวเองก็จะเบื่อด้วย เลยขอเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เป็นอาจารย์ บุคลิกเคร่งขรึม และในเรื่องนี้ก็อยากนำเสนอในประเด็นที่ไม่ใช่เรื่องของความรัก แต่เป็นเรื่องชีวิตว่า วิธีการมองคน การรับรู้ความจริง มันจะเกิดจากการตีความด้วย ความจริงบางครั้งคนเราตีความต่างๆและคิดต่างๆกัน เนื่องจากพื้นฐานความเข้าใจต่างกัน จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดพลาดหรือไม่แน่ใจต่างๆกัน การรับรู้ของคนจึงไม่เหมือนกัน แล้วก็จะมีเรื่องของครอบครัวใหญ่ที่ทำให้เห็นถึงความซับซ้อนมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งที่เขียนเรื่องนี้ก็เพราะคิดถึงเมืองไทยด้วยค่ะ (ยิ้ม) สังเกตได้ว่าฉาก บรรยากาศ และตัวละครทั้งหมดจะเกิดขึ้นในประเทศไทยทั้งนั้น ซึ่งเราจะสามารถใช้สำนวนภาษาไทยหรือโคลงกลอนได้เต็มที่ไม่เหมือนเรื่องที่ใช้ฉากต่างแดน”

            แม้นวนิยายเรื่องนี้จะจบลงไปแล้ว และผลตอบรับอาจจะไม่มากเท่าเรื่องแรก แต่เธอก็บอกว่า นี่คือความจำเป็นเพื่อให้งานเขียนแตกต่างออกไปจากเดิม ทั้งยังช่วยระบุถึงแนวการเขียนในอนาคตได้เป็นอย่างดีเพราะอีกไม่นาน ผู้อ่านสกุลไทยจะได้พบกับเรื่องราวความรักในต่างแดนอีกครั้งหนึ่งที่เจ้าตัวกระซิบมาว่า...จะให้หวานชื่นมากกว่าลวงรัก แถมยังใช้ฉากในเดอรัมที่อาศัยอยู่อีกด้วย เรียกว่า เอาใจแฟน “สุมาลี” ขนานแท้กันเลยทีเดียว

            นอกจากผลงานนวนิยายแล้ว เธอยังได้เขียนเรื่องเด็กขนาดสั้น ๑๘ ตอน ชื่อ ปริศนาหน้าร้อน อีกด้วย และช่วงนี้ก็มีผลงานการแปลเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับภาคีนกฟีนิกซ์ มาให้แฟนชาวไทยของพ่อมดน้อยได้อ่านกัน เล่มหนากว่า ๗๐๐ หน้า  ซึ่งเธอใช้เวลาประมาณ ๓ เดือนครึ่งจึงจะแปลเสร็จ

            “หลักการแปลที่ดิฉันทำคือ อ่านให้จบรอบนึงก่อนเพื่อให้รู้เรื่อง อ่านเอาความ แล้วมานั่งดูศัพท์แต่ละบทเลย เพื่อจะได้รู้ว่าต้องแปลอย่างไร จดและหาศัพท์อย่างละเอียด แล้วนำไปเทียบความหมายกับต้นฉบับแล้วจึงลงมือแปล พอพิมพ์เสร็จบทที่หนึ่ง ก็จะเริ่มแปลศัพท์บทที่ ๒ บางทีแปลอย่างเดียว มือระบมเพราะพิมพ์เยอะ ก็ต้องเปลี่ยนมาอ่านศัพท์ ทำอย่างนี้ให้ได้วันละ ๑๐ กว่าหน้า พอแปลจบ ๕ บทก็ให้ทางบรรณาธิการอ่าน ดิฉันก็จะตรวจทานและอ่านทั้ง ๕ บทนั้นก่อนส่งมาทางอี-เมล

            “สุมาลี” กล่าวช่วงท้ายก่อนจากว่า คติในการทำงานของเธอคือ ต้องพยายามทำงานให้ประณีตและดีที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจ ถ้าผลงานการแปลและการเขียนของเธอจะดูมีความละเอียดอ่อน สละสลวย และสมบูรณ์ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนิสัยการค้นคว้าหาข้อมูลที่ถูกต้องซึ่งได้จากการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ นอกเหนือจากการเป็นคนรักการอ่านเขียนมาตั้งแต่เด็กนั่นเอง

            ...แม้วันเวลาเคลื่อนคล้อยไปนานเท่าใด แต่รอยยิ้มสุภาพ อบอุ่น ยังคงประทับบนใบหน้าเปี่ยมสุขของ สุมาลี บำรุงสุข อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะถึงวันนี้ เธอรู้แล้วว่า ดอกไม้งามนาม “สุมาลี” พร้อมที่จะผลิดอกและชูช่อเบ่งบานให้ต้นไม้วรรณกรรมแล้วอย่างมั่นคง

 

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  mailto:Nuttapongo@thaicentral.com