การปฏิรูประบบการศึกษา

การจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความสามารถพิเศษ

                    ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ และผู้ที่มีความสามารถพิเศษ เป็นกลุ่มที่ต้องการการศึกษาในรูปแบบพิเศษ (Special Education Needs - SEN) แตกต่างจากผู้เรียนโดยปกติทั่วไป ทั้งนี้เนื่องจากลักษณะเฉพาะของกลุ่มเด็กดังกล่าว ไม่สอดรับกับรูปแบบการจัดการศึกษาที่จัดให้กับเด็กทั่วไป
                    ผู้ด้อยโอกาส  หมายถึง  เด็กและเยาวชนที่มีปัญหา และอุปสรรคต่อการได้รับบริการทางการศึกษา ที่เกิดจากความเสียเปรียบเนื่องจากความแตกต่างในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม หรืออื่นๆ เช่น เด็กยากจน เด็กเร่ร่อน เด็กในพื้นที่ห่างไกล ถิ่นทุรกันดาร เด็กต่างวัฒนธรรมหรือ ชนกลุ่มน้อย เด็กขาดที่พึ่งพิงหรือบุคคลดูแล เด็กที่ถูกกักขังอยู่ในสถานสงเคราะห์ สถานพินิจ และอื่นๆ
                    ผู้พิการ  หมายถึง  เด็กและเยาวชน ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้
                    ผู้มีความสามารถพิเศษ  หมายถึง  เด็กและเยาวชนที่แสดงออกซึ่งมีความสามารถ อันโดดเด่นด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน ทั้งในด้านสติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ การใช้ภาษา การเป็นผู้นำ การสร้างงานทัศนศิลป์และศิลปการแสดง ความสามารถด้านดนตรี  ความสามารถทางกีฬา  และความสามารถทางวิชาการในสาขาใดสาขาหนึ่งหรือหลายสาขาอย่างเป็นที่ประจักษ์เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กอื่นที่มีอายุระดับเดียวกัน  สภาพแวดล้อมหรือประสบการณ์เดียวกัน
                    ในอดีตที่ผ่านมา การจัดการศึกษาของรัฐยังไม่สามารถให้บริการแก่กลุ่มผู้ที่มีความต้องการพิเศษได้อย่างกว้างขวางทั่วถึง และรูปแบบวิธีการให้บริการยังไม่สามารถตอบสนองลักษณะเฉพาะกลุ่มของเด็กเหล่านี้ได้อย่างสอดคล้องและเหมาะสม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ จึงได้กำหนดสิทธิในการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องจัดให้ไม่น้อยกว่าสิบสองปีอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายของกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษว่า ผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ สำหรับผู้ที่มีความสามารถพิเศษนั้น ต้องจัดการศึกษาให้ด้วยรูปแบบที่เหมาะสม โดยจะต้องคำนึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น
                    การจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ มีอยู่ 2 ประเภท คือ จัดในสถานศึกษาเฉพาะทางที่รับเฉพาะเด็กกลุ่มนี้เข้าเรียน และจัดการเรียนรวมในสถานศึกษาทั่วไป กรณีที่เด็กและสถานศึกษามีความพร้อมในระดับที่เหมาะสม     ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ประสบการณ์จากทั่วโลกชี้ให้เห็นว่า การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษสามารถบรรลุผลสำเร็จได้ดีที่สุด โดยการเรียนรวมอยู่ในโรงเรียนทั่วไป แต่ทั้งนี้จะต้องอาศัยความพยายามร่วมกันทั้งฝ่ายโรงเรียน ซึ่งได้แก่ ครู  เจ้าหน้าที่  เพื่อน  ฝ่ายครอบครัว  และอาสาสมัครกลุ่มต่างๆ  รวมถึงแพทย์  นักจิตวิทยา  นักกายภาพบำบัด  นักสังคมสงเคราะห์  และอื่นๆ  ที่ต้องร่วมมือกันอย่างเป็นสหวิทยาการ

                    การจัดการศึกษาพิเศษ
                    การจัดการศึกษาพิเศษ เป็นการจัดการศึกษาเพื่อคนพิการบกพร่องทางด้านร่างกาย สติปัญญาหรือจิตใจ และเด็กด้อยโอกาส กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการเพื่อให้บุคคลเหล่านี้สามารถมีอาชีพช่วยเหลือตนเอง ไม่เป็นภาระต่อครอบครัวและสังคม โดยเปิดโอกาสให้องค์กรเอกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ ซึ่งจำแนกออกเป็นการจัดการศึกษาเพื่อคนพิการ      การจัดการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส   และการจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ  มีผลการดำเนินงานตามลำดับ คือ
                    การจัดการศึกษาเพื่อคนพิการหรือบกพร่อง 9 ประเภท ได้แก่ บกพร่องด้านการเห็น  การได้ยิน  ทางสติปัญญา  ทางร่างกายหรือสุขภาพ   บุคคลที่มีปัญหาการเรียนรู้   มีความบกพร่องทางการพูด  มีปัญหาทางพฤติกรรม   บุคคลออทิสติก  และบุคคลพิการซ้ำซ้อน   มีผลการจัดการศึกษาเพื่อคนพิการ ในปีการศึกษา 2544 ได้แก่ การเห็น  15,044 คน   การได้ยิน  16,694 คน   สติปัญญา  29,263 คน  ร่างกาย / สุขภาพ  24,326 คน   การเรียนรู้  46,674 คน   การพูด  9,323 คน   ออทิสติก  2,868 คน    พฤติกรรม  7,811 คน   พิการซ้ำซ้อน  9,133 คน      อื่นๆ  6,296 คน  รวมทั้งสิ้น  167,432 คน

                    กระทรวงศึกษาธิการได้จัดการศึกษาเพื่อคนพิการ เป็น 3 ลักษณะ คือ
                    1. การจัดการศึกษาเพื่อคนพิการเฉพาะทาง จัดได้ 13,882 คน โดย
                        ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาในโรงเรียนศึกษาพิเศษ จำนวน 42 โรงเรียน จำแนกเป็นศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลางและเขตการศึกษา 1 – 12 รวม 13 ศูนย์ ให้ได้รับทุนอุดหนุนค่าพาหนะ ค่าอาหารกลางวัน และอาหารเสริม (นม) ได้ให้การดูแลนักเรียน จำนวน 12,185 คน
                        จัดทำคู่มือในการเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจ จำนวน 5 เล่ม ให้แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการ
                        ออกประกาศกระทรวงจัดตั้งศูนย์การศึกษาจังหวัดครบทุกจังหวัด สำหรับนักเรียนพิการสนับสนุนโรงเรียนเอกชนที่จัดการศึกษาพิเศษ จำนวน 12 โรงเรียน ในรูปของ เงินอุดหนุนรายหัว  ครู ค่าซ่อมแซมและสิ่งก่อสร้าง โดยมีนักเรียนในความดูแล จำนวน 1,697 คน
                        นอกจากนี้ สถาบันราชภัฏ 6 แห่ง ได้เปิดสอนโปรแกรมการศึกษาพิเศษในระดับปริญญาตรี และเปิดสอนระดับปริญญาโท ในสถาบันราชภัฏสวนดุสิต คาดว่าจะผลิตบัณฑิตได้ปีละ 120 และ 30 คน ตามลำดับ นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการแก่เด็กพิการและครอบครัว (อายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 7 ปี) ตลอดจนให้บริการวิชาการแก่ศูนย์การศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน

                    2. การจัดการศึกษาเพื่อคนพิการแบบเรียนร่วม จัดได้ 130,960 คน
                        กระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษครอบคลุมทุกจังหวัด โดย เด็กพิการจะได้รับการเตรียม      ความพร้อมก่อนส่งไปเรียนร่วมกับเด็กปกติเพิ่มมากขึ้น ตลอดทั้งสนับสนุนวิชาการศึกษาพิเศษในรูปของการสัมมนาทางวิชาการ จัดประชุมสัมมนาผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน ในเรื่องการจัดการศึกษาพิเศษเรียนร่วมอีกด้วย

                    3. การจัดการศึกษานอกโรงเรียนสำหรับคนพิการ จัดได้ 22,633 คน
                        เป็นการจัดการศึกษาเพื่อให้คนพิการที่อยู่นอกระบบโรงเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษา ทั้งสายสามัญ สายอาชีพ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสภาพความพิการ มีการจัดการเรียนการสอนใน 3 ลักษณะ คือ การเรียนเป็นรายบุคคล การเรียนร่วมกับคนปกติ และการเรียนเป็นรายกลุ่มเฉพาะคนพิการ ส่งเสริมสนับสนุนด้านหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล การฝึกอบรมครูและผู้ปกครอง เป็นต้น
                        นอกจากนี้ได้ศึกษาทดสอบและพัฒนาสื่อ รวมทั้งจัดทำคู่มือสำหรับสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสร้างเครื่องมือประเมินผลหลักสูตรการศึกษาแบบเบ็ดเสร็จ รวม 3 หลักสูตร ได้แก่ การใช้ภาษามือแบบเบ็ดเสร็จ หลักสูตรอักษรเบรลล์และหลักสูตรสำหรับบุคคลออทิสติก และจัดทำข้อสอบเพื่อวัดผลการเรียนสำหรับผู้พิการทางการมองเห็นทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย

                    การศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส
                    การจัดการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาสที่มีสภาวะยากลำบากซึ่งมีชีวิตความเป็นอยู่ด้อยกว่าเด็กปกติทั่วไป เนื่องจากเป็นผู้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม หรือปัญหาอื่น ๆ   จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีพัฒนาการที่ถูกต้อง เหมาะสมกับวัย และสามารถบรรลุถึงศักยภาพขั้นสูงสุดได้ และเพื่อให้สอดคล้องกับการกำหนดประเภทของเด็กด้อยโอกาสในลักษณะสากล จึงได้กำหนดแบ่งเด็กด้อยโอกาสออกเป็น 15 ประเภท คือ   เด็กถูกบังคับให้ขายแรงงานหรือแรงงานเด็ก  เด็กเร่ร่อน  เด็กที่อยู่ในธุรกิจทางเพศหรือโสเภณีเด็ก เด็กที่ถูกทอดทิ้ง/เด็กกำพร้า เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณ เด็กยากจน (มากเป็นพิเศษ) เด็กในชุมชนกลุ่มน้อย  เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์หรือโรคติดต่อร้ายแรงที่สังคมรังเกียจ  เด็กในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน  เด็กชาวไทยภูเขา  ชาวเล  เด็กต่างสัญชาติ  เด็กที่ไม่ปรากฏสัญชาติ และเด็กอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากเด็กที่กล่าวมาข้างต้น มีผลการจัดการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส ปีการศึกษา 2544 รวมจำนวน 183,816 คน จำแนกเป็น  ขายแรงงาน 41 คน   เร่ร่อน 1,056 คน   ธุรกิจทางเพศ 465 คน    ถูกทอดทิ้ง 2,252 คน   เด็กถูกทำร้าย 81 คน   ยากจน 21,216 คน   ชนกลุ่มน้อย 19,730 คน    ยาเสพติด 189 คน    โรคเอดส์ 7,949 คน  เด็กในสถานพินิจ 3 คน  ต่างสัญชาติ 9,280 คน    ไม่ปรากฏสัญชาติ 3,340 คน   และอื่น ๆ 25,438 คน
                    ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จำนวน  42 โรงเรียน ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เงินอุดหนุนทั่วไป  อุดหนุนบำรุงการศึกษา  ให้บริการสุขภาพนักเรียน (ค่าพาหนะ)  ค่าอาหารกลางวัน   ค่าเครื่องแบบ และค่าอาหารเสริม (นม)  มีนักเรียนรวม 37,900 คน
                    ส่งเสริมและสนับสนุนจัดการสอนวิชาชีพตามโครงการทำเครื่องเงินตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ใน 5 โรงเรียน คือ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่จัน จังหวัดเชียงใหม่   โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ตาก จังหวัดตาก   โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์    โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์น่าน จังหวัดน่าน   และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เลย จังหวัดเลย
                    จัดทำหลักสูตรการศึกษาสำหรับโรงเรียนประถมศึกษาให้เหมาะสมกับท้องถิ่นกันดารในเขตพื้นที่จังหวัด แม่ฮ่องสอน  เชียงใหม่  เชียงราย  ตาก  น่าน   สตูล   ระนอง   นราธิวาส   ศรีสะเกษ   ขอนแก่น  และมุกดาหาร และจัดทำเอกสารเผยแพร่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเด็ก และมีการศึกษาถึงสาเหตุที่นักเรียนออกกลางคันในแต่ละโรงเรียน
                    สนับสนุนโรงเรียนเอกชน จำนวน 41 โรงเรียน นักเรียนทั้งสิ้น 19,789 คน ในรูป เงินอุดหนุนรายหัวครูผู้สอน ฯลฯ
                    2. จัดการศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้อ่านออกเขียนได้ โดยมีหลักสูตรประถมศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา พุทธศักราช 2524 ซึ่งเป็นหลักสูตรเฉพาะ และผนวกไปกับการพัฒนาด้านอื่น ๆ โดยให้ชาวเขารู้ปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน มีผู้รับบริการ 65,793 คน

                    การจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ
                    ปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนนักวิจัยและนักประดิษฐ์คิดค้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีความสามารถสูง เพื่อดำรงอยู่และแข่งขันได้ในสังคมโลก จึงได้จัดตั้งโรงเรียนวิทยาศาสตร์ขึ้นเป็นการเฉพาะ และได้มีพระราชกฤษฎีกาประกาศโอนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์มาจัดตั้งเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2543 โดยดำเนินการดังนี้
                    จัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ ปีการศึกษา 2545 มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 856 คน โดยเปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม. 4 – ม. 6) สายวิทยาศาสตร์
                          - มัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1 0 ห้อง ๆ ละ 24 คน รวม 240 คน
                          - มัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 9 ห้อง ๆ ละ 24 คน รวม 216 คน
                          - มัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 10 ห้อง ๆ ละ 40 คน รวม 400 คน
                    พัฒนาเครื่องมือและกระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการสรรหาคัดเลือกนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
                    ร่วมมือเป็นเครือข่ายกับสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานภายนอกพัฒนาหลักสูตร สื่อ กิจกรรมการเรียนการสอน และเชิญอาจารย์หรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมาเป็นวิทยากรและอาจารย์พิเศษ
                    ส่งเสริมและพัฒนาครูให้มีความเชี่ยวชาญในวิชาที่จะสอน
                    ประสานขอความร่วมมือและสร้างเครือข่ายกับสถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย โรงงานอุตสาหกรรม ทั้งภาครัฐ เอกชน เพื่อเป็นแหล่งส่งครูและนักเรียนไปดูงาน ฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานวิจัย

Go top