การวิจัยการเรียนการสอน การจัดกิจกรรม การดำเนินการด้านวัสดุอุปกรณ์
และสิ่งอำนวยความสะดวกทางพลศึกษา ตามหลักสูตรในโรงเรียนระดับประถมศึกษา

ผู้ทำการวิจัย  นายพัฒน อุตตโมบล 
ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมพลศึกษา
สถานที่ทำงาน กองส่งเสริมพลศึกษาและสุขภาพ   กรมพลศึกษา 
ผู้ร่วมงาน  นายยุทธนา บัวแย้ม

นางสาวศิริพร สุขกัลป์ 

นายปราโมทย์ บุญรัตน

์ นางถนอมวรรณ อยู่ขำ 

นายชนะ พรหมประสิทธิ์

นายพินิจ กองสุข 

ทำการวิจัยเมื่อ

ตุลาคม 2530 - กันยายน 2531 เป็นผลงานวิจัยของ ฝ่ายส่งเสริมพลศึกษา กองส่งเสริมพลศึกษาและสุขภาพ

ความเป็นมาของการวิจัย

เนื่องจากหลักสูตรการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมในหลักสูตร รายวิชาพลศึกษา ในกลุ่มสร้างเสริมลักษณะนิสัย ได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตลอดเวลา โดยเฉพาะ ในการจัดการเรียนการสอน และการจัดกิจกรรมทางด้านพลศึกษาในโรงเรียนระดับ ประถมศึกษา มีเป้าหมายสำคัญที่จะส่งเสริมพัฒนาการทางด้านต่าง ๆ ให้นักเรียน เพื่อ เป็นการปูพื้นฐานทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาที่ดี และเป็นผู้ที่มี คุณภาพ ซึ่งจะเป็นกำลังอันสำคัญของประเทศไทยในอนาคต องค์ประกอบที่สำคัญที่ จะทำให้การจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรม การดำเนินการด้านวัสดุอุปกรณ์และ สิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านพลศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นก็คือ ครูผู้สอน ผู้ บริหารโรงเรียน โดยเฉพาะครูผู้สอนมีความสำคัยมากเป็นอันดับแรก เพราะเป็นผู้ที่มี หน้าที่โดยตรงในการจัดการเรียนการสอน จึงจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และ ประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรม การดำเนินการด้านวัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านพลศึกษาเป็นอย่างดี เพื่อช่วยให้การดำเนิน การดังกล่าว ได้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร งานส่งเสริม สมรรถภาพ ฝ่ายส่งเสริมพลศึกษา กองส่งเสริมพลศึกษาและสุขภาพ กรมพลศึกษา จึง ได้จัดทำโครงการวิจัยการเรียนการสอน การจัดกิจกรรม การดำเนินการด้านวัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกทางพลศึกษา ตามหลักสูตรในโรงเรียนระดับ ประถมศึกษาขึ้น เพื่อวางแนวทางและสร้างเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเสนอแนะให้ทาง โรงเรียนได้นำไปใช้ให้มีประสิทธิภาพต่อไป

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการ ดำเนินการด้านวัสดุอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านพลศึกษาในโรงเรียน ระดับประถมศึกษา

2. เพื่อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานด้านพลศึกษา ให้แก่โรงเรียนในระดับประถม ศึกษา ในด้านการจัดการเรียนการสอน การจัดกิจรรมเสริมหลักสูตร การดำเนินการ ด้านวัสดุอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกทางพลศึกษา

3. เพื่อส่งเสริมประสบการณ์และพัฒนาการ แก่บุคากรที่ทำงานทางด้านพลศึกษาใน โรงเรียนระดับประถมศึกษา

4. เพื่อเผยแพร่กิจกรรมทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติที่เกี่ยวข้องกับการพลศึกษา ให้ โรงเรียนนำไปใช้ได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

วิธีดำเนินการวิจัย

สร้างแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่าง ผู้บริหาร และกลุ่มตัวอย่าง ครูผู้ทำหน้าที่สอนวิชา พลศึกษาในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ชั้นปีที่ 1-6 แล้วนำแบบสอบถามไปให้ ประชากรกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้ทำหน้าที่สอนวิชาพลศึกษาใน โรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ในเขตการศึกษา 1, 2, 3, 4, 5, 12 เขตการ ศึกษาละ 3 จังหวัด ๆ ละ 5 โรงเรียน และเขตกรุงเทพมหานคร 14 โรงเรียน รวมเป็นผู้ บริหาร 104 คน ครูผู้ทำหน้าที่สอนพลศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 624 คน เป็นผู้ตอบแบบสอบถาม แล้วนำแบบสอบถามนั้นมาคำนวณหาผล ค่าร้อยละ วิเคราะห์ แจกแจงข้อมูล สรุปผลการวิจัย

สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ

สรุปผลการวิจัย

1. สถานภาพของผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้ทำหน้าที่สอนวิชาพลศึกษาระดับประถม ศึกษา

- ผู้บริหารโรงเรียน ส่วนมากเป็นชาย อายุ 46-50 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี - ครูผู้ทำหน้าที่สอนวิชาพลศึกษาระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 ส่วนมากเป็น ชาย อายุ 31-35 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และมีวุฒิทางพลศึกษา เป็นส่วนน้อย

2. ทัศนคติของผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้ทำหน้าที่สอนวิชาพลศึกษา และการดำเนินการ ทางด้านการเรียนการสอน

- ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้ทำหน้าที่สอนวิชาพลศึกษา ส่วนมากเห็นด้วยกับ ประโยชน์ที่ผู้เรียนพึงจะได้รับตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรในด้านต่าง ๆ ครูส่วน มากถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่สอนพลศึกษาและเป็นครูประจำชั้นด้วย ปัญหาในการ วัดผลคือ ไม่สามารถสร้างแบบทดสอบที่เหมาะสมได้ โรงเรียนส่วนมากกำลังประสบ ปัญหาทางด้านอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก และการนิเทศการสอนวิชาพลศึกษา นักเรียนมีทัศนคติ ความสนใจ ระเบียบวินัย การตรงต่อเวลา และสุขภาพพลานามัยดี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 มีชุดและไม่มีชุดพลศึกษาใกล้เคียงกัน ส่วนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3-6 ส่วนมากมีชุดพลศึกษาทักษะพื้นฐานไม่มีความแตกต่างกัน เห็น ความสำคัญของคะแนนวิชาพลศึกษามาก

3. การจัดกิจกรรม

โรงเรียนส่วนมาก จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาภายในปีละครั้ง ส่งแข่งขัน ระหว่างโรงเรียนเป็นบางเทอม มีการตรวจร่างกาย ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงของนักเรียน ทุกเทอม และจัดกิกจกรรมนันทนาการเป็นบางเทอม ผู้บริหารเอาใจใส่ดูแลและจัด สรรเงินงบประมาณเพื่อการพลศึกษาน้อย ผู้ปกครองนักเรียนให้ความร่วมมือมาก

4. หลักสูตร เนื้อหาในหลักสูตร การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรและการใช้แผนการ สอน

โรงเรียนส่วนมาก มีปัญหาเกี่ยวกับหลักสูตร เนื้อหามากเกินกว่าจะจัดกิจกรรมให้ เหมาะสมได้ ขาดอุปกรณ์และสถานที่ในการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร

โรงเรียนส่วนมาก ใช้แผนการสอนของกรมวิชาการ ทำการสอนตามเนื้อหาในแผน การสอน จำนวนคาบเรียนแต่ละหน่วยเหมาะสมและเห็นด้วยกับเกณฑ์การวัดและ ประเมินผล

5. สิ่งอำนวยความสะดวกและวัสดุอุปกรณ์

โรงเรียนส่วนมาก มีสนามหญ้าเหมาะสมปานกลาง มีห้องพยาบาล ห้องน้ำและห้อง ส้วมสะอาด มีอุปกรณ์สอนวิชาพลศึกษาคือ ลูกวอลเล่ย์บอล ลูกฟุตบอล โต๊ะปิงปอง พร้อมไม้แร็กเก็ต ห่วงยาง เบาะยืดหยุ่น ไม้คฑาวิ่งผลัด นักเรียนมีโอกาสในการใช้ อุปกรณ์น้อย เนื่องจากอัตราส่วนระหว่างนักเรียนกับอุปกรณ์ไม่ได้สัดส่วนกัน ครูผู้ สอนเป็นผู้รับผิดชอบ ดูแล รักษาอุปกรณ์ การนำมาใช้ และการเก็บรักษาเหมาะสม สภาพอุปกรณ์พอใช้ ได้มาโดยซื้อจากเงินงบประมาณประจำปี ขาดสถานที่สำหรับการ สอนในร่ม

6. ขวัญและกำลังใจ

ผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้าหมวดวิชา ให้การสนับสนุนและเข้าใจในบทบาทการสอนดี ได้รับการสนับสนุนจากครู-อาจารย์ในโรงเรียนเท่ากับวิชาอื่น ศึกษานิเทศก์มีส่วนช่วย เหลือในการแก้ปัญหา การใช้หลักสูตร ต้องการให้จัดกิจกรรมการสอนและปรับปรุง วิธีการสอน วิธีใช้ และสร้างอุปกรณ์ การทำโครงการสอนและบันทึกการสอน ครูส่วน มากได้รับขวัญและกำลังใจจากผู้บริหารโรงเรียน

ข้อเสนอแนะ

เนื่องจากครูผู้สอนวิชาพลศึกษาในโรงเรียนระดับประถมศึกษาในเขตการศึกษา 1, 2, 3, 4, 5, 12 และเขตการศึกษากรุงเทพมหานคร ส่วนมากไม่มีวุฒิทางพลศึกษา และถูก มอบหมายจากผู้บริหารให้ทำการสอน โรงเรียนที่ใช้ครูไม่มีวุฒิทางพลศึกษาโดยตรง ทำการสอนวิชาพลศึกษา อาจจะทำให้ผู้เรียนเกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อวิชาพลศึกษาและไม่ ส่งผลตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรได้ โดยเฉพาะการสอนทางด้าน ทักษะกีฬา ซึ่ง ดอนนา โจ เวอร์ดแมน ได้ทำการเปรียบเทียบผลของการสอนทักษะกีฬาของนักเรียน ซึ่งสอนโดยครูพลศึกษา กับสอนโดยครูประจำชั้น และบุชเชอร์ ได้กล่าวว่า “การสอน พลศึกษาที่จะให้ผลดีนั้น ครูผู้สอนควรจะมีวุฒิพลศึกษาโดยตรง เพื่อที่จะได้ถ่ายทอด วิชาความรู้ ทัศนคติ และแบบอย่างที่ดีให้แก่นักเรียน” ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากครูที่ ไม่มีวุฒิทางพลศึกษา มีความไม่มั่นใจในการสอน ไม่มีทักษะในรายวิชาที่สอน ซึ่งผล จากข้อมูลการวิจัยพบว่า ครูบางโรงเรียนไม่ทำการสอนวิชาพลศึกษา เมื่อถึงชั่วโมง พลศึกษาก็ปล่อยให้นักเรียนเล่นกันเอง

สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ สมควรที่จะได้พิจารณาปัญหานี้ การสอนพลศึกษาหากจะให้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรนั้น สิ่ง สำคัญสูงสุดคือ ควรให้ครูผู้สอนที่มีวุฒิทางพลศึกษาเป็นผู้สอน

ข้อเสนอแนะด้านอุปกรณ์ สนาม และสิ่งอำนวยความสะดวก

ปัญหาที่พบมากที่สุดอีกปัญหาหนึ่งในการสอนวิชาพลศึกษาก็คือ การขาดแคลน อุปกรณ์การสอน เพราะเป็นวิชาที่ต้องใช้อุปกรณ์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มาก ศิริมาส ไทยวัฒนา ได้กล่าวว่า “ถ้ามีจำนวนอุปกรณ์การสอนมาก ก็จะเป็นการ กระตุ้นให้นักเรียนสนใจเรียนและตั้งใจฝึกหัดทักษะมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม ถ้ามี อุปกรณ์การสอนน้อย ไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน นักเรียนก็จะขาดความสนใจและ เกิดความเบื่อหน่ายในการเรียนเช่นกัน” ปัญหาอุปกรณ์การสอนวิชาพลศึกษาตาม เนื้อหาวิชาในหลักสูตร ระดับประถมศึกษา ที่พบได้แก่ กิจกรรมเข้าจังหวะ จำเป็นต้อง ใช้เครื่องเล่นเทปและม้วนเทปเพลงต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับผลสมบูรณ์ในการสอน ยิมนา สติค แม้เนื้อหาในหลักสูตรจะกำหนดให้สอนเพียงแค่พื้นฐาน เช่น ม้วนหน้า ม้วนหลัง หกกบ หกสามเส้า ฯลฯ ดูเผิน ๆ ก็เข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อะไรมากนัก มี เพียงสนามหญ้าก็อาจสอนได้ ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้ว เด็กมักขาดความรอบคอบและรู้ เท่าไม่ถึงการณ์ในขณะปฏิบัติ ปัญหามักพบตามมาคือ เด็กได้รับอุบัติเหตุเกี่ยวกับ แขน คอ หลัง เข่า เท้า ฯลฯ จึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐานประกอบ เพื่อผลในด้าน ความปลอดภัยเป็นสำคัญ แบดมินตันและปิงปอง ผู้เรียนทุกคนจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ ประจำตัว จึงจะทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กิจกรรมเกมเบ็ตเตล็ด เกมนำ การ เล่นสมมุติ การเล่น การเล่นแบบผลัด ฯลฯ ผู้สอนสามารถดัดแปลงสิ่งที่มีอยู่ตามท้อง ถิ่นให้เป็นอุปกรณ์การสอนได้ โดยเฉพาะครูผู้สอนที่มีวุฒิทางพลศึกษาโดยตรง

ปัญหาสถานที่ในการสอนวิชาพลศึกษา เช่น กิจกรรมนันทนาการประเภทต่าง ๆ การ เล่นสมมุติ เกมเบ็ดเตล็ด การเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐาน ยิมนาสติค กีฬาและกรีฑา จำเป็น ต้องใช้สถานที่เฉพาะในการสอน เพื่อให้ได้ผลการสอนตามวัตถุประสงค์และช่วยลด อันตรายในการเรียนการสอนกิจกรรมบางอย่าง โรงเรียนส่วนมากมีขนาดสนามไม่ กว้างขวางมากนัก ส่วนมากไม่มีสถานที่สำหรับใช้สอนกิจกรรมในร่ม และห้องเปลี่ยน เครื่องแต่งกาย

สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณ เพื่อการจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกให้พอเพียง เพื่อเป็นขวัญและ กำลังใจ เนื่องจากการสอนเด็กในระดับชั้นประถมศึกษาเป็นงานหนัก จำเป็นต้องใช้ บุคคลที่มีจิดใจรักเด็กและเข้าใจเด็ก หากครูผู้สอนไม่มีขวัญและกำลังใจแล้ว ก็จะเกิด ความเบื่อหน่ายและท้อแท้ ซึ่งจะเป็นผลทำให้การเรียนการสอนมีคุณภาพลดลง ครู ผู้ สอนจึงต้องเป็นผู้ที่มีขวัญและกำลังใจดี จึงจะทำให้การเรียนการสอนได้ผลดียิ่งขึ้น และควรจัดทำสิ่งต่อไปนี้คือ

1. จัดให้มีการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาพลศึกษาระดับประถมศึกษา สังกัดต่าง ๆ

2. จัดให้มีการฝึกอบรมการสอนวิชาพลศึกษาให้แก่ครูผู้สอนอย่างทั่วถึงทุกโรงเรียน ทุก ๆ ปี

3. จัดให้มีการนิเทศการสอนวิชาพลศึกษาในแต่ละโรงเรียนหรือกลุ่มโรงเรียน อย่างน้อยปีละครั้ง

4. จัดสรรงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์การสอนวิชาพลศึกษาให้มากยิ่งขึ้น