S112  [3508046] 

การประเมินโครงการการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุดรธานี

ผู้ทำวิจัย  นายยงยุทธ สิมสีพิมพ์ 
ตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่
สถานที่ทำงาน โรงเรียนบ้านคำไผ่ หมู่ 7 ต.เวียงคำ อ.กุมภวาปี  จ.อุดรธานี 41110 

ระยะเวลาในการวิจัย

สิงหาคม 2533 - มีนาคม 2535

ประเภทของงานวิจัย

วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยบูรพา

ความเป็นมา

การที่จะให้ประชาชนในชาติได้มีความรู้ความเข้าใจในระบอบการปกครองของ ประเทศแบบประชาธิปไตยนั้น จะต้องมีการปลูกฝังให้กับเด็กตั้งแต่เริ่มแรก เมื่อเข้าสู่ ระบบการศึกษาโดยเฉพาะการศึกษาในระดับประถมศึกษา เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้พร้อมที่จะทำประโยชน์ให้กับ สังคมตามบทบาทและหน้าที่ของตน และให้เป็นพลเมืองดีตามระบอบการปกครอง แบบประชาธิไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติได้ตระหนักในความสำคัญ เรื่องการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของนักเรียน และระบอบการ ปกครองของประเทศ จึงเห็นสมควรสนับสนุนให้โรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดทั่ว ประเทศจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย โดยเฉพาะโครงการ สนับสนุนกิจกรรมประชาธิปไตยเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อให้โรงเรียนได้จัดกิจกรรม การเรียนการสอนปกติตามหลักสูตร ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาโรงเรียนประถมศึกษา ทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยดีเด่นระดับ จังหวัด ระดับอำเภอ ซึ่งสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุดรธานีได้ดำเนินการ สนองนโยบาย โดยได้สนับสนุนให้โรงเรียนในสังกัด จัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยในโรงเรียน กลุ่มโรงเรียนละ 1 โรง ตั้งแต่ปีการศึกษา 2525 เป็นต้นมา และจากการรายงานผลสรุปปีงบ-ประมาณ 2532 พบว่า นักเรียนมี พฤติกรรมด้านคารวะธรรม ร้อยละ 70.19 ด้านสามัคคีธรรมร้อยละ 70.17 และด้าน ปัญญาธรรม ร้อยละ 64.24 รวม 3 ด้าน ร้อยละ 64.22 ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ กำหนดไว้

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว และเพื่อให้ทราบผลการดำเนินงานโครงการว่า โรงเรียนสามารถจัดกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมหรือไม่ ผู้วิจัยจึง สนใจที่จะศึกษาเรื่อง การประเมินโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา ประชาธิปไตย ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด อุดรธานี ซึ่งผลการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้จะช่วยให้ทราบถึงผลของโครงการในด้าน บริบทหรือสภาวะแวดล้อม ปัจจัยเบื้องต้น กระบวนการ และผลผลิตของโครงการ บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ เพื่อนำไปเป็นข้อมูลและแนวทางในการปรับปรุง โครง-การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยในโรงเรียนประถม ศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

วัตถุประสงค์

1. เพื่อประเมินความเหมาะสมโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา ประชา-ธิปไตยในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด อุดรธานี ในด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม ปัจจัยเบื้องต้น กระบวนการ และผลผลิต

2. เพื่อเปรียบเทียบความเหมาะสมของโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อ พัฒนาประชาธิปไตยในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดอุดรธานี ที่มีขนาดแตกต่างกัน คือ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก

วิธีดำเนินการวิจัย

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัย ได้แก่ ครูโรงเรียนต้นแบบโครงการจัด กิจกรรมการ-เรียนการสอนเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัด สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุดรธานี ปีการศึกษา 2532 จำนวน 67 โรงเรียน ได้ มาโดยวิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น (Strati-fied Random Sampling) ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้ง สิ้น 439 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า เกี่ยวกับการประเมินโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย ในโรงเรียนประถมศึกษารวม 4 ด้าน คือ ด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม ด้านปัจจัย เบื้องต้น ด้านกระบวนการและด้านผลผลิต จำนวน 57 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.8275

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ และการทดสอบค่า ไคสแควร์ (X-test of Homogeneity)

สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ

ผลการวิจัย

การประเมินโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยใน โรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุดรธานี ทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม ด้านปัจจัยเบื้องตัน ด้านกระบวนการ และด้านผล ผลิต มีความเหมาะสมของการจัดกิจกรรรมอยู่ในระดับมาก

เมื่อเปรียบเทียบความเหมาะสมของโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อ พัฒนาประชาธิปไตยของโรงเรียนที่มีขนาดแตกต่างกัน คือ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก พบว่า แตก ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณา เป็นรายคู่ พบว่าโรงเรียนขนาดใหญ่กับ ขนาดกลาง ขนาดใหญ่กับขนาดเล็ก แตกต่าง กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

แต่เมื่อเปรียบเทียบรายด้านที่ขนาดของโรงเรียนแตกต่างกัน พบว่าแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 ในด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม ด้านกระบวนการและ ด้านผลผลิต ส่วนด้านปัจจัยเบื้องต้นแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

ข้อเสนอแนะ

สำหรับการนำผลการวิจัยไปใช้

1.ด้านบริบทหรือสภาวะ ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมการจัดกิจกรรม ประชาธิปไตยในชั้นเรียนเพื่อให้การจัดกิจกรรมประชาธิปไตยมีความเหมาะสมมาก ขึ้น

2. ด้านปัจจัยเบื้องต้น ผู้บริหารโรงเรียนควรวางแผนจัดหาจัดสรรงบประมาณเพื่อ จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อให้การจัดกิจกรรม ประชาธิปไตยมีวัสดุอุปกรณ์เพียงพอกับความจำเป็น

3. ด้านกระบวนการ

3.1 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมการศึกษานอกสถานที่ เพื่อ ให้การจัดกิจกรรมประชาธิปไตยมีระดับความเหมาะสมมากขึ้น

3.2 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูเชิญวิทยากรมาให้ความรู้เกี่ยวกับ ประชาธิปไตย เพื่อให้การจัดกิจกรรมประชาธิปไตยมีระดับความเหมาะสมมากขึ้น

3.3 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมมาตามนัดเพื่อให้การจัด กิจกรรมประชาธิปไตยมีความเหมาะสมมากขึ้น

3.4 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูจัดนิทรรศการเพื่อการเรียนการสอนที่ ส่ง-เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน เพื่อให้การจัดกิจกรรมประชาธิปไตยมีความ เหมาะสมมากขึ้น

3.5 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมตู้รับความคิดเห็นใน โรงเรียน เพื่อให้การจัดกิจกรรมประชาธิปไตยมีความเหมาะสมมากขึ้น

3.6 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมอยู่ค่ายพักแรม เพื่อให้การ จัดกิจกรรมประชาธิปไตยมีความเหมาะสมมากขึ้น

3.7 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในการใช้และการ เขียนบัตรงานในการเรียนการสอนประชาธิปไตย เพื่อให้การจัดกิจกรรม ประชาธิปไตย มีความเหมาะสมมากขึ้น

3.8 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในโรงเรียน เพื่อ

ให้การจัดกิจกรรมประชาธิไตยมีความเหมาะสมมากขึ้น

3.9 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินกิจกรรม การเรียนการสอนเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยในโรงเรียน เพื่อให้การจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสมมากขึ้น

3.10 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมต่อเนื่องหลังจากนักเรียน เรียนในชั้นเรียนแล้ว เพื่อให้การจัดกิจกรรมประชาธิไตยมีความเหมาะสมมากขึ้น

3.11 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูเข้าใจวิธีการประเมินพฤติกรรม ประชาธิปไตยในโรงเรียนเพื่อให้การจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมมากขึ้น

3.12 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูเข้าใจในวิธีการใช้กิจกรรมทดลอง เพื่อสร้างพฤติกรรมประชาธิปไตย เพื่อให้การจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมมากขึ้น

4. ด้านผลผลิต

4.1 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูได้เอาใจใส่ดูแลให้นักเรียนพูดแสดง ความคิดเห็นโดยใช้เหตุผลของนักเรียน ทั้งนี้เพื่อให้การจัดกิจกรรมประชาธิปไตยมี ความเหมาะสมมากขึ้น

4.2 ผู้บริหารโรงเรียนควรส่งเสริมให้ครูฝึกฝนให้นักเรียนรู้จักยอมรับข้อ บกพร่องของตนเอง เพื่อให้การจัดกิจกรรมประชาธิปไตยมีความเหมาะสมมากขึ้น ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป

จากการศึกษาการประเมินโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา ประชาธิปไตยในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด อุดรธานี ผู้วิจัยขอเสนอแนะสำหรับ ผู้ที่จะทำการวิจัยต่อไปนี้

1. ควรศึกษาการประเมินโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา ประชาธิปไตยในโรงเรียนประถมศึกษา โดยวิจัยเจาะลึกในด้านบริบทหรือสภาวะแวด ล้อมตามความคิดเห็นของครู จำแนกตามขนาดของโรงเรียน

2. ควรศึกษาการประเมินโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา ประชาธิปไตยในโรงเรียนประถมศึกษา โดยวิจัยเจาะลึกในด้านกระบวนการ ตาม ความคิดเห็นของครู จำแนกตามขนาดของโรงเรียน

3. ควรศึกษาการประเมินโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา ประชาธิปไตยในโรงเรียนประถมศึกษา โดยวิจัยเจาะลึกในด้านผลผลิต ตามความคิด เห็นของครู จำแนกตามขนาดของโรงเรียน

4. ควรศึกษาวิจัยการประเมินโครงการการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อ พัฒนาประชาธิปไตยในโรงเรียนประถมศึกษา ในด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม ปัจจัยเบื้องต้น กระบวนการ และผลผลิต ตามความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียนและ ศึกษานิเทศก์อำเภอ

5. ควรศึกษาการประเมินโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา ประชาธิปไตยในโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด อื่น ๆ ทั้งนี้เพื่อเปรียบเทียบกับการประเมินโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อ พัฒนาประชาธิปไตยที่ค้นพบในงานวิจัยนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนา ประชาธิปไตยในโรงเรียนในโอกาสต่อไป

6. ควรศึกษาการประเมินโครงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา ประชาธิปไตยในโรงเรียนประถมศึกษา ตามทัศนะของคณะกรรมการการศึกษา โรงเรียนและประชาชน