การประเมินโครงการโรงเรียนตัวอย่างการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาอาชีพ เขตการศึกษา 5:

The Report of the Educational Research Concerning the Project Evaluation in the Instructional and Career Development Model School

ผู้ทำการวิจัย ว่าที่ร้อยตรีสุภักดิ์ อนุกูล
ศึกษานิเทศก์ 8 (ผู้ช่วยวิชาการ) หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์
กรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 5 หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 5 อำเภอเมือง จ.ราชบุรี 70000 โทร. 032-338984 โทรสาร. 032-338984
ผู้ร่วมงาน นางสาวจันทนา นนทิกร นายรัตชัย บุณยะบูรณ์. นางสาวมณฑา กุลวานิช
ระยะเวลาในการวิจัย มกราคม 2533-สิงหาคม 2533
ประเภทของงานวิจัย ผลงานวิจัยของหน่วยงาน

ความเป็นมา

จากการที่สังคมไทยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเฉพาะอย่างยิ่งความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการและเศรษฐกิจได้ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ คือ การศึกษาด้านการพัฒนาอาชีพ จากผลการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพที่ผ่านมา มีผลงานวิจัยสรุปว่า นักเรียนไม่มีความรู้และทักษะในวิชาอาชีพเพียงพอในการดำรงชีวิต การสอนวิชาอาชีพไม่สามารถช่วยให้นักเรียนได้นำไปประกอบอาชีพได้จริง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจากปัญหาและอุปสรรคหลายประการ ตั้งแต่ค่านิยมของนักเรียน และผู้ปกครองที่ไม่ต้องการเรียนทางด้านอาชีพ แต่ต้องการเรียนทางด้านวิชาสามัญ เพื่อมุ่งศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาและต้องการให้มีอาชีพรับราชการ นอกจากนี้ก็มี ปัญหาด้านความไม่พร้อมในการเรียนวิชาอาชีพของสถานศึกษา เช่นการจัดแผนการ เรียนโดยนักเรียนไม่มีโอกาสเลือกตามความถนัดความสนใจ ขาดครูผู้สอน ที่มีความรู้ ความชำนาญเฉพาะด้านในวิชาอาชีพ ขาดวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนสื่อการเรียนการสอน ในวิชาอาชีพไม่ได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบการในการรับนักเรียนเข้าไปฝึกฝนทักษะทางอาชีพ ทำให้การเรียนอาชีพไม่ได้ผล

จากความเป็นมาดังกล่าว หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 5 ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินการเพื่อหาแนวทางพัฒนาการศึกษาด้านอาชีพ ให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาได้มีโอกาสฝึกประสบกาณณ์ในโรงเรียนให้สามารถประกอบอาชีพมีรายได้ระหว่างเรียนตามสภาพเวลา กำลังและความสามารถตามจุดเน้นของกรมสามัญศึกษาต่อไป

แนวคิด/ทฤษฎีที่ใช้ในการวิจัย

  1. แนวคิดการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพขององค์การยูเนสโก
  2. แนวคิดจากโครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพของประเทศในเอเซีย
  3. แนวคิดทฤษฎีแรงจุงใจใฝ่สัมฤทธิ์กับยคุณลักษณะผู้ประกอบการตามทัศนะของแมคเคลแลนด์
  4. แนวคิดจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะที่ดีในการทำงานอาชีพ

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อพัฒนาครูผู้สอนให้มีส่วนร่วมจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเพื่อพัฒนาอาชีพให้มีประ-สิทธิภาพ
  2. เพื่อส่งเสริมให้เกิดากรเรียนการสอนการประกอบอาชีพอิสระ เพื่อให้นักเรียนมีรายได้ระ-หว่างเรียน
  3. เพื่อพัฒนาคุณลักษณะของครูในด้านความรู้และเจตคติที่ดีต่ออาชีพอิสระ
  4. เพื่อพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียนในด้านความรู้ เจตคติที่ดีต่ออาชีพอิสระ แรงจูงใจใฝ่สัม-ฤทธิ์และความรับผิดชอบในการทำงาน

วิธีดำเนินการวิจัย

ระเบียบวิธีวิจัยและแบบวิจัย

  1. นิเทศติดตามและประเมินผลโรงเรียนตัวอย่างการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาอาชีพจำนวน 6 โรงเรียน โดยมีกิจกรรมดังนี้
    1. ประชุมชี้แจงผู้บริหารและครูในโรงเรียนตัวอย่าง 1 ครั้ง เพื่อให้ทราบแนวทางปฏิบัติและวิธีใช้คู่มืออย่างถูกต้อง
    2. นิเทศโรงเรียนละอย่างน้อย 2 ครั้ง
    3. ส่งเสริมให้โรงเรียนเผยแพร่ผลงานด้านอาชีพซึ่งกันและกัน
  2. 2. วิจัยประเมินผลรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาอาชีพ โดยดำเนินการวิจัยร่วมกับการนิเทศและการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนตัวอย่าง โดยกำหนดโรงเรียนทดลอง 6 โรงเรียน และโรงเรียนนอกโครงการ 3 โรงเรียน ดำเนินการออกเก็บข้อมูล จำนวน 3 ครั้ง

ตัวแปรและนิยามปฏิบัติการ

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากร เป็นครูและนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดกรมสามัญศึกษา ในเขตการศึกษา 5

กลุ่มตัวอย่าง

การพัฒนาเครื่องมือวิจัยและวิธีวัดค่าตัวแปร เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินงาน วิจัย ประกอบด้วยแบบวัดสำหรับครู จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่

แบบวัดสำหรับนักเรียน จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่

วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

สรุปผลการวิจัย

  1. สภาพการดำเนินโครงการ เช่นความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนการประชาสัมพันธ์และการสนับสนุนจากชุมชนต่ำกว่าเกณฑ์
  2. คุณลักษณะของครู เจตคติต่อการประกอบอาชีพอิสระและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกอบอาชีพอิสระต่ำกว่าเกณฑ์
  3. คุณลักษณะของนักเรียนมีความเข้าใจ และมีเจตคติต่อการประกอบอาชีพอิสระต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

ข้อเสนอแนะ

  1. การดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาอาชีพ ควรกำหนดแนวทางนิเทศให้โรง-เรียนสามารถจัดการประชาสัมพันธ์ให้ชุมชน ตระหนักในความสำคัญของการพัฒนาอาชีพของโรงเรียนหลายแบบ หลายวิธีการ
  2. ผู้บริหารโรงเรียนควรใช้กระบวนการนิเทศ, กระตุ้น สนับสนุนและให้ขวัญกำลังใจแก่ครูในรูปแบบต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น
  3. ในส่วนคุณลักษณะของครู ควรมีการพัฒนาบุคลากรในด้านความรู้ มีการนิเทศเชิงมนุษยนิยมเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจและชื่นชมในผลงาน อีกทั้งมีการประเมินโครงการเพื่อค้นหาข้อดีที่ควรส่งเสริมและจุดอ่อนเพื่อการป้องกันแก้ไข
  4. ในส่วนคุณลักษณะนักเรียน ควรให้โอกาสให้นักเรียนได้ทำโครงการต่อเนื่องมีการขยายวงจรของอาชีพที่เลือกทำและมีการเปลี่ยนประสบการณ์ในลักษณะงานที่หลากหลายขึ้น